เขียนเรซูเม่ให้ปัง โดนใจ HR ชนะใจกรรมการ และได้งานในที่สุด!

การยื่นใบสมัครงานถือเป็นก้าวแรกของน้องๆที่จบใหม่ หรือคนที่กำลังหางานจริงๆ เวลาสมัครงาน บริษัทไม่ได้รู้อะไรเกี่ยวกับตัวคุณเลยว่าเป็นใคร ชอบอะไร เก่งอะไร ทำอะไรได้บ้าง และ เรซูเม่ ก็เป็นอีกหนึ่งสิ่ง ที่จะเป็นใบเบิกทางทำให้คุณได้งานสมดั่งใจหวัง เพราะฉะนั้น ข้อมูลทุกอย่างที่อยู่บน เรซูเม่ เป็นเหมือนตัวแทนของคุณในด่านแรก เป็นสิ่งที่แสดงความสามารถและประสบการณ์ของคุณ  เพื่อให้บริษัทเห็นว่าทำไมคุณถึงเหมาะสมกับตำแหน่งนี้มากกว่าคนอื่นๆเพราะฉะนั้น ต้องคิดไว้เสมอว่า ทำอย่างไร เรซูเม่ ของคุณถึงจะโดดเด่น และดึงดูดผู้ประกอบการ นายจ้าง หรือ HR ได้ หากเรซูเม่ของคุณน่าสนใจ แน่นอนว่า HR ต้องอยากเรียกคุณมาสัมภาษณ์งานโดยเร็ว ตรงกันข้ามกับ เรซูเม่ที่ไม่น่าอ่าน ไม่โดนเด่น หรือเหมือน ๆ กับคนอื่นๆ ก็จะถูกคัดออกและกองไว้ก่อนเสมอ และนี่ก็เป็นอีกหนึ่งสาเหตุที่ทำให้ผู้สมัครงานไม่ถูกเรียกสัมภาษณ์งานเสียที

Hr ส่วนใหญ่ จะใช้เวลาในการอ่านเรซูเม่ของแต่ละคนไม่เกิน 3 นาที ดังนั้นบอกได้เลยว่าอย่าคาดหวังว่า HR จะอ่านทุกอย่างที่อยู่ในเรซูเม่ของคุณ เพราะส่วนมากจะสแกนผ่านๆ โดยใช้ keyword เท่านั้น และจะไม่ได้ดูแค่ว่าเรียนอะไรมา แต่จะดูต่อว่ามีสกิลหรือทักษะอะไรที่บริษัทต้องการไหม หน้าที่ของผู้สมัครก็คือ ทำยังไงก็ได้ให้ เรซูเม่ อ่านง่าย มองผ่านๆ ก็เห็น keyword พวกนั้น และเน้นให้เห็นว่ามีประสบการณ์ที่เกี่ยวข้องและบริษัทจะได้อะไรจากประสบการณ์เหล่านั้นที่เรามี

แล้ว เรซูเม่ที่ดี ควรมีอะไรบ้าง ?? มาดูกัน!

1. ข้อมูล Contact information สำคัญมาก ***ดอกจันตัวโตๆ *** ไว้ได้เลย เพราะข้อมูลการติดต่อกลับ เป็นอะไรที่ขาดไม่ได้ และต้องมั่นใจด้วยว่า เขียนถูก สะกดถูกและอ่านง่าย ชัดเจน ไม่ว่าจะเป็น ชื่อ-นามสกุล , Email (ระวังเรื่องเครื่องหมาย – หรือ _ ให้ดี  , เบอร์โทรศัพท์ที่ติดต่อได้ , ที่อยู่ เป็นต้น เพราะถ้าเขียนผิดหรือไม่ชัดเจน ก็อาจจะทำให้เสียโอกาสไปได้ค่ะ

2. ประวัติการศึกษา ควรระบุให้ชัดเจนว่า เรียนคณะอะไร เอกอะไร สาขาอะไร มหาวิทยาลัยไหน อยู่ชั้นปีไหน แล้วจะจบการศึกษาปีไหน นอกนอกจากนี้ ยังสามารถใส่ข้อมูลเพิ่มเติมได้ ถ้ามีสิ่งที่น่าสนใจอื่นๆ แต่ละคนย่อมมีความแตกต่างกัน เช่น เกรดเฉลี่ย หรือกิจกรรมที่ทำระหว่างเรียน รวมถึง Project ต่างๆที่เคยทำ เลือกเฉพาะเด็ดๆโดนๆ เหมาะสมกับตำแหน่งที่สมัครก็พอนะคะ

3. Skills and Certificate ทักษะความสามารถก็เป็นอีกสิ่งหนึ่งที่ผู้หางานต้องนำเสนอ แต่ไม่ต้องจัดเต็มแบบว่าเขียนทุกสิ่งที่ทำได้ไปหมด ทั้งว่ายน้ำ ขับรถ เล่นบาสเก็ตบอล หรือไม่เขียนรายละเอียดอะไรเลย เพราะจริงๆแล้ว HR ต้องการจะเห็นทักษะที่เขาต้องการกับงานนั้นๆ เท่านั้น  แนะนำว่า ควรใส่รายละเอียดหรือทักษะทั้ง Hard Skills ทักษะเฉพาะทางและ Solt Skills ความคิด การแก้ปัญหา การทำงานร่วมกับผู้อื่น ที่คุณได้จากการทำกิจกรรมหรือประสบการณ์นั้นๆลงไปด้วย ถือเป็น Highlight ความสามารถของเราเลยก็ว่าได้ รวมถึง Certificate (ใส่ลิ้งก์ Article Cert ของเรา) เป็นตัวช่วยเสริม ที่จะช่วยสร้างโอกาสให้คุณโดดเด่นและต่างจากคนอื่น เป็นหลักฐานว่าเรามี skills นั้นจริงๆ แต่อย่าเพิ่งกังวลไป ถ้าคุณไม่มี Certificate ก็ลองทำแบบทดสอบวัดทักษะดิจิทัลได้ทาง (แทรกลิ้งสอบ Certs ของ looloo ไปก็ได้ )

ยกตัวอย่าง

Resume นายกอ

ทักษะคอมพิวเตอร์ : Word , Excel , Powerpoint

ประสบการณ์       : Present Project about the World.

Resume นายขอ

ทักษะคอมพิวเตอร์ : รวบรวมข้อมูล วิเคราะห์ และสรุปงานผ่านทางโปรแกรมสำนักงาน G-suite 

ไม่ว่าจะเป็น Google Sheets , Google Docs , Google Analytics 

ในระดับดี

ประสบการณ์       : เข้าร่วมโครงการและรับรางวัลรองชนะเลิศ การประกวดเทคโนโลยี

เพื่อสิ่งแวดล้อม

-ใช้ไอเดียและความคิดสร้างสรรค์ในการออกแบบเทคโนโยยีเพื่อใช้

ประโยชน์ในการเกษตรยุค 4.0

– สามารถทำการวิจัยการตลาดเพื่อสำรวจและเข้าถึงพฤติกรรมของ

ผู้บริโภค เพื่อเป็นส่วนหนึ่งในการคิดนวัตกรรมให้ตอบโจทย์

Certificate       : -หลักสูตรการการสร้างร้านค้าออนไลน์ (e-Commerce) จาก Google

-การใช้เครื่องมีโปรแกรมสำนักงานออนไลน์ หรือ G-suite จาก Looloo

-ภาษาอังกฤษพื้นฐานในการทำงาน จาก Future skill

จากตัวอย่างข้างต้นจะ เรซูเม่ที่น่าจะ โดนใจ Hr ที่สุด ก็ต้องเป็นเรซูเม่ของนาย ขอ อย่างแน่นอนเพราะนำเสนอรายละเอียดข้อมูลหรือทักษะที่ได้จากงานหรือประสบการณ์ที่เคยทำมาได้อย่างละเอียด ชัดเจน ทำให้คุณมีชัยมากกว่าผู้สมัครคนอื่นๆเป็นไหนๆเลยนะ (ทดสอบวัดทักษะ เพื่อเอาใบ Cert ได้ที่นี่)

4. ประสบการณ์ที่เกี่ยวข้องกับตำแหน่ง ควรระบุหรือเลือกประสบการณ์ , กิจกรรมที่เกี่ยวข้องกับตำแหน่งงานให้มากที่สุด เพื่อให้สั้น กระชับ โดดเด่น โดนใจ Hr มากที่สุด ไม่ว่าจะเป็น ประสบการณ์ทำงาน การฝึกงาน กิจกรรมนอกห้องเรียนที่โดดเด่น ประสบการณ์ในต่างประเทศ การได้รับคัดเลือกเป็นตัวแทนโครงการต่างๆ ถือเป็นการสร้างจุดเด่นให้กับตัวเอง เพิ่มได้อีกทางด้วยนะคะ

5. การจัดหน้า จัดความสำคัญในเรซูเม่ให้ดี จัดประเด็นเป็นหัวข้อให้ชัดเจน ใช้ตัวหนา-บาง จัดหน้าให้เป็นระเบียบ มีไฮไลท์ที่โดนเด่น แต่ไม่เยอะจนเกินไป เรซูเม่ที่แน่นไปด้วยข้อมูล แต่ไม่มีอะไรสะดุด ก็จบ ไม่ใช้ภาษาวัยรุ่น ทั้งนะคับ นะค่ะ นะคร้าบ เรื่องเล็กๆน้อยๆพวกนี้ ก็เป็นอีกหนึ่งเหตุผลที่ Hr โยนเรซูเม่ของคุณทิ้งก็ได้นะ

6. ส่งไฟล์ให้ถูกที่และถูกทาง ควรส่งเป็นไฟล์ .Pdf หรือ .Jpg จะดีที่สุด เพื่อตัดปัญหาเครื่องไม่อ่าน ต่างเวอร์ชั่น ไฟล์เพี้ยน ฟอร์แมตพัง ตัวอักษรเด้ง ปัญหาเล็กๆน้อยๆนี่แหละที่จะทำให้คุณพลาดโอกาสได้งาน เพราะทำให้คุณดูไม่เป็นมืออาชีพตั้งแต่ยังไม่เริ่มงานเลยแหละจ้า อีกอย่าง ควรตรวจสอบข้อมูลตำแหน่งงานให้ชัดเจน บางคนเพิ่งจบใหม่แต่ส่งไปสมัครตำแหน่ง Supervisor ที่เขาระบุไว้ว่าต้องการคนมีประสบการณ์อย่างน้อย 5 ปี แบบนี้ถือว่าพลาดอย่างหนักเลยนะ จะทำให้ดูว่าเราไม่ละเอียดรอบคอบ การส่งอีเมล ก็ควรตั้งชื่อ ตรวจสอบอีเมลปลายทางให้ดีๆ ก่อนกดส่งนะคะ จะได้ไม่พลาดโอกาสได้งาน และก็ไม่ต้องเสียเวลาอีกด้วยค่ะ (คอร์สแนะนำการใช้ Gmail พื้นฐานที่ควรรู้)