ทุกอาชีพไม่มีทางตัน มาพัฒนาและทดสอบทักษะไปด้วยกัน

จากสภาวะเศรฐกิจที่ส่งผลต่อการเปลี่ยนแปลงขององค์กร หรือบริษัทในปัจจุบัน ส่งผลให้ทุกองค์กรต้องปรับตัวและพัฒนาธุรกิจให้มีประสิทธิภาพมากที่สุด และหนึ่งในการขับเคลื่อนบริษัทก็คือ พนักงาน ที่จะมาเป็นส่วนหนึ่งในการพัฒนาองค์กร ที่จะต้องมีทักษะ ความสามารถตรงกับความต้องการขององค์กรมากที่สุด ทำให้การหางาน สมัครงาน ในยุคนี้คงไม่ใช่เรื่องง่าย ๆ สำหรับน้องๆนักศึกษาที่เพิ่งจบใหม่หรือคนที่ต้องการหางานเสียแล้ว เพราะเกิดความต้องการคนที่มีคุณภาพที่มีทักษะความรู้ด้านดิจิทัลมากขึ้น จากสำนักงานสถิติแห่งชาติ เผยตัวเลขจำนวนผู้ว่างงานในประเทศไทย (มีนาคม 2563) สูงถึง 3.92 แสนคน รวมถึง แรงงานจบใหม่เกือบ 5 แสนคน ทำให้เกิดการแข่งขันสูงขึ้น แต่อัตราการจ้างน้อยลง ทำให้น้องๆ ที่จบใหม่หรือคนที่กำลังหางาน เกิดความเครียดและความกังวล จากที่เห็นข้อความใน Social Media หรือตามข่าวสื่อต่างๆ วันนี้เรามี 6 คำแนะนำเพื่อเพิ่มโอกาสได้งานมาฝากกัน

5. แนวทางเพิ่มโอกาสได้งาน สำหรับเด็กจบใหม่ หรือคนที่ยังหางานไม่ได้ ต้องรู้ !

  1. หาตัวเองให้เจอ ก่อนหางาน หากวันนี้คุณยังค้นหาตัวเองไม่ได้ ว่าเป้าหมาย ความชอบ ความถนัดของคุณคืออะไร สิ่งที่เรียนมาเอามาใช้การทำงานได้จริงหรือไม่ หรือไม่รู้ด้วยว่าอยากทำงานอะไร ไม่รู้ว่าเรามีจุดเด่นจุดด้อยตรงไหน หากคุณเข้าทำงานในอาชีพที่ไม่เหมาะสมกับตัวคุณจริงๆ อาจจะทำให้คุณเบื่อ ไม่สนุก ทำให้งานออกมาไม่ได้ประสิทธิภาพ ท้อ และเกิดความเครียดก็เป็นได้นะ 

ลองดูสิ ! การค้นหาตัวเองก่อนที่จะหางานจึงเป็นสิ่งที่ควรทำอย่างยิ่ง เพราะหากเราเข้าใจตัวเองเป็นอย่างดีแล้ว การทำงานอย่างมีความสุขนั้นก็จะไม่ใช่เรื่องยากอีกต่อไป หรือลองใช้ตัวช่วยในการวิเคราะห์ตัวตนผ่านแบบทดสอบดูสิ เช่น บางคนอาจมีความโดดเด่นเรื่องการสื่อสาร ทำงานร่วมกับผู้อื่น แต่ด้อยเรื่องความคิดสร้างสรรค์ ก็อาจจะเหมาะกับงานประชาสัมพันธ์ มากกว่างานออกแบบ หรือครีเอทีฟ นั่นเอง ลองทำ แบบทดสอบบุคลิกภาพ เพื่อค้นพบตัวเองต่อยอดสู่การค้นพบอาชีพในอนาคต ได้ที่ https://quiz.scoutout.co/home

  1. สมัครงานที่ใช่และเหมาะกับตัวคุณ เมื่อรู้จักตัวเองมากขึ้นแล้ว ขั้นตอนแรกที่จะก้าวเข้าสู่วัยทำงานก็คือ “การสมัครงาน” นั่นเอง บางคนขอให้รู้ว่ามีประกาศรับสมัครงานฉันจะส่งให้หมดทั่วทุกทิศทุกทางที่ทำได้ หรือเรียกว่าหว่านใบสมัครนั่นเอง หรือบางคนไม่ศึกษาข้อมูลให้ดีเสียก่อน  ว่าในแต่ละตำแหน่งที่เราสมัครไปนั้น ต้องทำอะไรและต้องการทักษะเฉพาะด้านใดบ้าง  

ลองดูสิ ! สิ่งแรกที่ต้องทำก่อนที่จะสมัครงานก็คือ เราต้องคิดว่างานไหนที่เหมาะสมและตรงกับความสามารถของเรา ศึกษาข้อมูลหน้าที่ ทักษะความสามารถที่ต้องการในแต่ละตำแหน่ง หรือหางาน สมัครงานกับ JobNow ที่มีงานมากมายๆ พร้อมรายละเอียดที่ชัดเจนสำหรับผู้สมัคร แล้วดูว่าเรายังขาดทักษะหรือความสามารถส่วนไหนไปบ้าง เลือกสมัครงานที่สนใจสัก 4-5 บริษัท ดีกว่าการหว่านใบสมัครแน่นอน แถมยังช่วยให้คุณมีเวลาในการมองหาตำแหน่งงานที่ดีที่สุดที่เหมาะสมกับตัวคุณได้ด้วยนะคะ

  1. หมั่นเรียนรู้และศึกษาเพิ่มเติม เมื่อค้นพบแล้วว่างานที่คุณกำลังสนใจ ต้องการคนที่มีทักษะ ความรู้ ความสามารถอะไรบ้าง เช่น ทักษะการใช้เครื่องมือออนไลน์ แอปพลิเคชั่นสำนักงานพวก Microsoft หรือ G-siute ที่นำไปประยุกต์ใช้ได้หลายอาชีพมากๆ ทั้ง บัญชี ขาย การตลาด Hr คลังสินค้า หรือแม้แต่ แอดมิน เรียกได้ว่าเป็นทักษะที่องค์กรมองหาก็ว่าได้ และถ้าเรายังขาดทักษะเหล่านี้อยู่ แล้วไม่เริ่มที่จะเรียนรู้ คุณอาจจะพลาดโอกาสที่คุณจะได้งานที่คุณสนใจไปก็ได้นะ  

ลองดูสิ ! ลองลิสออกมาเป็นข้อ ๆ เลยก็ได้นะ ว่าเราขาดทักษะอะไรจากที่บริษัทต้องการ แล้วเริ่มค้นหาคอร์สเรียนออนไลน์ในเวปไซต์ต่างๆ เพื่อศึกษาเรียนรู้เพิ่มเติมกันเลย สมัยนี้มีทั้งคอร์สเรียนฟรี และมีค่าใช้จ่ายอยู่เยอะมากๆ แถมบางคอร์สเมื่อเรียนจบ ยังได้ใบประกาศนียบัตร Certificate เพื่อยืนยันทักษะที่ได้เรียนรู้ ไปเป็นเครื่องการันตีในการสมัครงานให้คุณอีกด้วยนะ หรือจะลองเอาความรู้ที่มีอยู่ ไปลองทดสอบวัดระดับทักษะเพื่อรับใบ Certificate เดี๋ยวนี้ก็มีเยอะแยะมากมาย โดยมีการรองรับจากผู้เชี่ยวชาญด้านนั้นๆ แถมยังไม่ต้องเสียเงินจ่ายแพงๆ หรือเสียเวลา อีกด้วย เชื่อเถอะว่า หากคุณมีทักษะความรู้และใบ Cert ด้านดิจิทัลอยู่ในใบสมัครแล้ว องค์กรไหนก็อ้าแขน รอรับคุณ (คอร์สเติมความรู้ เสริมทักษะดิจิทัล พร้อมทดสอบวัดทักษะเพื่อรับใบ Cert) Link ไปที่หน้ารวมคอร์ส

  1. ทำเรซูเม่ให้ปัง โดนใจ Hr เมื่ออัพสกิลตัวเองให้เก่งขึ้น และมีใบ Cert พร้อมแล้ว ก็เริ่มสมัครงานกันได้เลย แต่แน่นอนว่าแต่ละตำแหน่งงานที่บริษัทรับสมัครนั้น อาจมีใบสมัครเข้ามาเป็นสิบเป็นร้อยใบ บางคนส่งเรซูเม่ตัวเดียวกันออกไปตั้งหลายที่ บางคนพยายามใส่ข้อมูลไปเยอะแยะแน่นไปหมด ทำให้ดูไม่ออกว่าตรงไหนคือความน่าสนใจ ซึ่งส่วนใหญ่ Hr จะใช้เวลาเพียงไม่เกิน 3 นาทีในการดูเรซูเม่ของแต่ละคน หากไม่เจอทักษะความสามารถหรือประสบการณ์ที่เขาต้องการ คุณก็อาจมีสิทธิพลาดจากงานนั้นๆก็เป็นได้ 


ลองดูสิ ! มาลองศึกษาวิธีการเขียนเรซูเม่ที่ถูกต้อง โดดเด่น เพื่อมัดใจ Hr กันดูสิ (เขียนเรซูเม่ให้ปัง โดดเด่นโดนใจ HR ) ใส่ Link อีกหนึ่ง Article ของเราเอง เนื้อหาต้องครบ ทักษะความสามารถที่เขาต้องการต้องมี จัดรูปแบบให้ดูน่าอ่าน เน้นจุดสำคัญหรือไฮไลท์ให้ชัดเจน อาจจะเป็นการเพิ่มโอกาสการได้งานของคุณก็ได้นะ หรือจะ ฝากประวัติกับ JobNOW อีกทางด้วยก็ได้ ทั้งสะดวก ใช้งานง่าย หรือจะฝากประวัติด้วยวิดีโอก็ยังได้ ไม่ว่าคุณจะมีประสบการณ์หรือทักษะที่แตกต่างและโดดเด่น ก็สามารถโชว์ออกมาได้เต็มที่ ถือเป็นการเพิ่มโอกาสให้คุณได้เจองานที่ใช่ได้มากยิ่งขึ้นด้วยนะ

  1. เตรียมตัวให้พร้อม  และเมื่อถึงช่วงเวลาสำคัญ อย่างเช่นการสัมภาษณ์งาน หลายคนมักประสบปัญหาของความตื่นเต้น ความไม่มั่นใจในการสัมภาษณ์งาน อาจจะเป็นการสัมภาษณ์ครั้งแรกของน้องๆที่จบใหม่บางคน เรื่องของภาษา ไม่ว่าจะภาษาไทยบ้านเราเอง หรือภาษาอังกฤษก็ทำให้เราพลาดได้เช่นกัน ยิ่งถ้าไปสมัครงานในตำแหน่งที่ต้องการคนที่มีทักษะด้านของภาษาแล้วด้วยนั้น แต่ไม่ได้เตรียมความพร้อมมาให้ดี อาจจะพลาดงานนั้นๆ ก็ได้นะ


ลองดูสิ ! เตรียมความพร้อมให้ดี ศึกษาหาเทคนิคหรือความรู้เพิ่มเติมก่อนการไปสัมภาษณ์งาน ทั้งเรื่องของข้อมูลบริษัทที่ต้องทำการบ้านมาก่อนสักหน่อยว่าอยู่ที่ไหน? ทำธุรกิจอะไร? มีวิสัยทัศน์อย่างไร? ขอบเขตของงานนั้น ๆ เป็นอย่างไร? รวมถึงเตรียมตัวให้พร้อม เพราะบุคลิกภาพที่มาพร้อมความมั่นใจ มุ่งมั่น ในความพอดี ก็ถือเป็น first impression ที่ดีได้เช่นกัน (สัมภาษณ์งาน ต้องได้งาน ) Linkไปที่ Article ส้มภาษณ์งานของคนอื่น เช่น https://campus.campus-star.com/jobs/33608.html และสุดท้ายคือ ภาษา จากการสำรวจผู้ประกอบการในระบบของ ScoutOut กว่า 62% ต้องการผู้ที่มีทักษะด้านภาษา โดยเฉพาะภาษาอังกฤษ ไม่ว่าจะเป็นภาษาอังกฤษในการสัมภาษณ์งาน เพราะเป็นภาษากลางที่่ใช้กันได้ทั่วโลก เพียงเท่านี้ก็อาจทำให้คุณโดดเด่น มีราศีออร่าส่องสว่างกว่าใคร ๆ เลยทีเดียว  (สัมภาษณ์งานภาษาอังกฤษ สร้างความมั่นใจอย่างมืออาชีพ)